ช่วย 2 เด้ง! ครม.ไฟเขียวเงินช่วยคนจน-ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ปี 60

 

 

       ครม.อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 1,500-3,000 บาทต่อคน ปัดแจกเพราะเป็นมาตรการต่อเนื่อง

พร้อมไฟเขียวปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ปี 60 ตามแรงงานเสนอ เป็นกำลังใจให้ลูกจ้าง

       เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษา

ความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ

มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยใช้เกณฑ์การจ่ายเงินเช่นเดียวกับการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกร โดยกำหนดว่าผู้ไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินคนละ 3,000 บาท ส่วนผู้ที่มีรายได้ 30,000-100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินคนละ 1,500 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 8 ล้านคน

แบ่งเป็นเกษตรกร 3 ล้านคน และอาชีพอื่นๆ อีก 5.8 ล้านคน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้ใช้คำว่าแจกเงิน แต่เป็นการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอาชีพอื่นๆ ที่ต่อเนื่องจากการช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากตน

เป็นห่วงประชาชนทุกอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายในการจดทะเบียนและดูแลผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะเชื่อมโยง

มาตรการอื่นๆ เช่น การขึ้นรถเมล์ รถไฟฟรี อย่างไรก็ตาม ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วสามารถทำได้ 

และเชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีการใช้จ่ายในระบบมากขึ้น ส่วนมาตรการอื่นๆ ในช่วงปีใหม่

ก็ขอให้รอฟังอีกครั้ง ซึ่งจะมีการกำหนดอีกหลายมาตรการออก

       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี 2560

ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และแม้ว่าเป็นจำนวนไม่มากนัก แต่ถือว่าเป็นกำลังใจ เนื่องจากต้องคำนึงถึงระบบเศรษฐกิจ เพราะขณะนี้รายได้ยังเพิ่มขึ้นไม่มาก ซึ่งต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการให้ทุกอย่างมีความสมดุล

ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะมีการปรับเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ พ.ต.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ

ในมาตรการการช่วยเหลือ คือ 1.สำหรับผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี รัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือให้ 3,000 บาท โดยมีผู้ที่ลงทะเบียนจำนวน 3.1 ล้านคน 2.ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,001 ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี รัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือให้ 1,500 บาท จำนวน 2.3 ล้านคน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 12,750 ล้านบาท

ดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่ วันที่ 1-30 ธ.ค.2559 ผ่านบัญชีธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.) ออมสิน และกรุงไทย ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ สำหรับผู้ที่มีบัญชีมากกว่า 1 บัญชีจะโอนเข้าบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวล่าสุด และสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีให้ไปเปิดบัญชีในสาขาที่ลงทะเบียนเพื่อรับเงิน

       ด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.มีมติรับทราบประกาศ

คณะกรรมการค่าจ้างในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำใน 69 จังหวัด สำหรับปี 2560 นับเป็นการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรก

นรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น 300 บาททั่วประเทศเมื่อวัน 1 ม.ค.56 ในครั้งนี้มี

7 จังหวัดเพิ่ม 10 บาท เป็น 310 บาท คือ กทม.นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต ส่วน 13 จังหวัดที่เป็นจังหวัดหลักด้านอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ โคราช อยุธยา เป็นต้น จะเพิ่ม

8 บาท เป็น 308 บาท ส่วน 49 จังหวัดเพิ่มอีก 5 บาท เป็น 305 บาท

        ส่วน 8 จังหวัดไม่มีการปรับเพิ่มได้แก่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ระนอง

และสิงห์บุรี เพราะเป็นจังหวัดที่มีโรงงานไม่มาก ไม่มีความต้องการปรับเพิ่มค่าแรง และได้สอบถามกระทรวงแรงงาน เขาชี้แจง 8 จังหวัดไม่ได้เสนอเพิ่มค่าแรงเอง โดยเฉลี่ยทำให้ค่าแรงของไทยเพิ่มขึ้น 1.7 เปอร์เซ็นต์

โดยจังหวัด 8 จังหวัด กทม.ปริมณฑล เพิ่ม 3.3 เปอร์เซ็นต์ เป็นการพิจารณาจากค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ

ต้นทุนการผลิต จีดีพี ภาวะเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละจังหวัด เพื่อให้แรงงานทั่วประเทศได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีพได้ตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม มีมาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสม

       อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีฝากบอกว่าการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ ขออย่าให้เป็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าต่างๆ เพราะอยากปรับรายได้เพื่อให้ดำรงชีพได้ดีขึ้น

ขอความร่วมมือตอบแบบสอบถามความคิดเห็นอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง

 แบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำ (ร่าง) อัตราค่าจ้างรายชั่วโมง สำหรับลูกจ้างผู้สูงอายุ

เว็บไซต์แบบสอบถามออนไลน์

https://www.surveycan.com/survey196144

หรือ QR CODE